ㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤ
Sextortion คือ การใช้การข่มขู่ว่าจะเปิดเผย “ภาพหรือคลิปลับ”(Intimate Images) เพื่อบีบบังคับให้ผู้เสียหายยอมจำนนต่อข้อเรียกร้อง เช่น
ผู้กระทำความผิดอาจเป็นคนรัก อดีตคนรัก คนสนิท หรือมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกลวงสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาว (Love scammer) อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเชิงปริมาณส่วนใหญ่ของนานาประเทศ (เช่น Wolak et al., Patchin & Hinduja และ Finkelhor et al.) ยืนยันไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้กระทำความผิดในคดี Sextortion มีแนวโน้มสูงที่จะเป็น “คู่รักหรือคนสนิท” ซึ่งเป็นคนที่รู้จักกันในชีวิตจริง มากกว่าคนแปลกหน้าหรือมิจฉาชีพออนไลน์ที่รู้จักกันอย่างผิวเผิน
ㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤ

ㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤ
ดังนั้น ในมิติที่ลึกลงไปของบริบทคู่รัก (Intimate Partner) ผู้กระทำความผิดอาจไม่ได้กระทำลงไปเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเงินเป็นสำคัญ (เหมือนมิจฉาชีพหรือองค์กรอาชญากรรม) แต่ทำลงไปเพื่อแสดงอำนาจและบีบบังคับควบคุม เพื่อยึดเหนี่ยวอีกฝ่ายไว้ในความสัมพันธ์โดยที่ไม่ยินยอม
เป้าหมายและพฤติการณ์หลัก
(1) เพื่อเหนี่ยวรั้งความสัมพันธ์และบังคับควบคุมผู้เสียหาย
ผู้กระทำความผิดใช้การขู่ว่าจะเปิดเผยภาพหรือวิดีโอส่วนบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือส่งต่อให้แก่ครอบครัว เพื่อน และที่ทำงานของผู้เสียหาย ภาพหรือวิดีโอดังกล่าวจึงกลายเป็นเครื่องมือในการสร้างความหวาดกลัวว่าชื่อเสียงจะถูกทำลาย พฤติการณ์เช่นนี้มุ่งบีบบังคับให้ผู้เสียหายยอมจำนนต่อเงื่อนไขโดยไม่สมัครใจ ไม่ว่าจะเป็นการขัดขวางไม่ให้ยุติความสัมพันธ์ การบังคับให้กลับมาคบหา การบังคับให้ร่วมประเวณี หรือการขืนใจให้ส่งภาพหรือคลิปส่วนตัวเพิ่มเติม เพื่อแลกกับการไม่ถูกนำข้อมูลไปเผยแพร่ซ้ำ ฯลฯ
(2) เพื่อตัดรอนสิทธิและขัดขวางการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
กล่าวคือ ผู้กระทำความผิดใช้สื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือข่มขู่เพื่อยับยั้งไม่ให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ดำเนินคดี หรือเข้าถึงมาตรการคุ้มครองทางกฎหมาย เช่น การขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาล ตลอดจนใช้เป็นเครื่องต่อรองเพื่อข่มขู่ในประเด็นสิทธิการเลี้ยงดูบุตร
นอกจากนั้น Sextortion อาจมีเป้าหมายเพื่อการลงโทษ การสร้างความอับอาย และการครอบงำทางจิตวิทยา
การขู่ว่าจะเปิดเผยสื่อส่วนตัวมิได้เป็นเพียงการขู่กรรโชกเพื่อบังคับให้กระทำหรือไม่กระทำการใดเท่านั้น หากแต่ยังมุ่งทำร้ายจิตใจและทำลายคุณค่าในตนเองของผู้เสียหายโดยตรง ถือเป็นการใช้อำนาจอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อควบคุมชีวิตทางสังคมและอารมณ์ของอีกฝ่าย ดังเช่นกรณีการแก้แค้นเมื่อถูกปฏิเสธความสัมพันธ์ หรือการขู่ประจานเพื่อเปิดเผยวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ (Outing) ต่อบุคคลรอบข้าง
ผู้เสียหายควรดำเนินการรวบรวมและเก็บรักษาพยานหลักฐานทุกประเภทที่แสดงให้เห็นถึงการข่มขู่คุกคาม
การถูกคุกคามข่มขู่ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้เสียหาย การเยียวยาจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ ผู้เสียหายควรมีเพื่อนหรือคนที่ไว้ใจไว้เป็นที่พึ่งทางใจ คอยรับฟัง ให้คำปรึกษา และเป็นกำลังใจให้กัน
ปัจจุบัน ความผิดฐานการข่มขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลทางเพศเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ หรือ Sextortion ยังเป็นเพียงร่างกฎหมายที่กำลังถูกผลักดันพิจารณา
การขอให้ศาลสั่งระงับการทําให้แพร่หลายและนําข้อมูลลามกออกจากระบบคอมพิวเตอร์ (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284/4)
ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้อง ได้แก่
การจัดเตรียมคำร้องและหลักฐาน
สามารถยื่นคำร้องได้ทั้งการเดินทางไปยื่นที่ศาลด้วยตนเอง และการยื่นผ่านระบบออนไลน์ (CIOS) รวมถึงการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ (ป.อ.วิ. มาตรา 15)
ศาลที่มีอำนาจพิจารณา
เมื่อศาลเห็นสมควรจะออกคำสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
ภายหลังการดำเนินการ ผู้ที่ได้รับคำสั่งมีหน้าที่รายงานผลให้ศาลทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งศาล ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีความผิดตามมาตรา 284/4 วรรคสอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อ้างอิง:
Ray A, Henry N. Sextortion: A Scoping Review. Trauma Violence Abuse. 2025 Jan;26(1):138-155. doi: 10.1177/15248380241277271. Epub 2024 Sep 25. PMID: 39323232; PMCID: PMC11558931.
https://iprd.coj.go.th/th/content/category/detail/id/10241/iid/536216
#Sextortion #ภัยคุกคามออนไลน์ #ความรุนแรงในความสัมพันธ์ #TakeItDownTH #สิทธิสตรี #ความยุติธรรมทางเพศ