จากการหารือร่วมกันระหว่างภาคประชาสังคมและผู้ปฏิบัติงานภาครัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจร่วมกันในการพัฒนากฎหมายให้สามารถตอบโจทย์สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างแท้จริง
ㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤ
ㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤ
ในฐานะหนึ่งในองค์กรที่มีส่วนร่วมในการจัดทำร่างแก้ไขกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวภาคประชาชน SHero ได้เน้นย้ำว่ากฎหมายควรมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงเป็นสำคัญ ควบคู่กับการออกแบบมาตรการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ควรยกเลิกกลไกการจัดการรายกรณี (case management) เพื่อไปแทนที่ด้วยมาตรการฟื้นฟูครอบครัว เนื่องจากเป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์และหน้าที่แตกต่างกัน และควรดำเนินควบคู่กันอย่างเหมาะสม
กระบวนการให้คำปรึกษาครอบครัวหรือการไกล่เกลี่ย (family counselling/mediation) ที่ถูกนำมาใช้เป็นมาตรการแทรกแซงในระยะเริ่มต้นเร็วเกินไป มีความเสี่ยงสูง และไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เนื่องจากอาจเป็นการคงไว้ซึ่งอำนาจเหนือของผู้กระทำความรุนแรง และทำให้ความไม่เท่าเทียมทางอำนาจระหว่างคู่กรณีดำรงอยู่ต่อไป นอกจากนี้ ควรกำหนดมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้เสียหายให้ชัดเจน และแยกออกจากมาตรการปรับพฤติกรรมของผู้กระทำความรุนแรงอย่างเป็นระบบ ในด้านกฎหมายอาญา ควรกำหนดให้ความผิดเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน และวางบทกำหนดโทษให้สอดคล้องกับหลักกฎหมายอาญา เพื่อให้การคุ้มครองผู้เสียหายมีความครอบคลุม ชัดเจน และสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤ
ขณะเดียวกันกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) ยังมีประเด็นด้านถ้อยคำที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยคำว่า “Domestic” ในภาษาอังกฤษไม่ได้หมายถึง “ครอบครัว” เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึง“ความสัมพันธ์ในชีวิตส่วนตัวที่มีความใกล้ชิด”(Close or Intimate Relationships) ซึ่งครอบคลุมทั้งสมาชิกในครอบครัว คู่รัก และอื่น ๆ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ นิยามคำว่า “ครอบครัว” ของไทยที่ยังก้าวไม่ทันบริบทสากลจึงทำให้คู่รักจำนวนหรือผู้มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดรูปแบบอื่นจำนวนไม่น้อยทั้งที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ดี หรือไม่ได้ใช้ชีวิตใต้ชายคาเดียวกันทุกวันก็ดีต้องตกอยู่นอกขอบเขตการคุ้มครองและไร้ที่พึ่งทางกฎหมาย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ความรุนแรงในความสัมพันธ์นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเรื่องที่พักอาศัยหรือสถานภาพตามกฎหมายเพียงอย่างเดียว หากแต่มันมีรากปัญหามาจาก “ความไม่เท่าเทียมเชิงอำนาจ” ที่ฝ่ายหนึ่งใช้ควบคุมหรือกดขี่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นสำคัญ
ㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤ
ดังนั้น หากกฎหมายมุ่งเน้นเฉพาะ “ครอบครัว” ในความหมายที่แคบ หรือจำกัดเฉพาะผู้ที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา ย่อมมีความเสี่ยงที่จะกันความสัมพันธ์แบบคู่รักออกจากขอบเขตการคุ้มครอง ซึ่งในทางปฏิบัติจะเท่ากับว่า ความรุนแรงระหว่างคู่รัก (intimate partner violence) ที่เป็นแกนหลักของความรุนแรงในบริบท domestic violence ไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเพียงพอภายใต้กฎหมายไทย
ㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤㅤ